
การสังเกตลักษณะคำไทยแท้กับคำที่มาจากภาษาอื่น
ลักษณะคำไทยแท้
คำไทยแท้ส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียว มีใช้ครบทั้ง ๗ ชนิด
สำหรับคำไทยที่มีหลายพยางค์อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังนี้
๑.๑ การกร่อนเสียง สันนิษฐานว่า คำ ๒ พยางค์บางคำแต่เดิมมาจากคำพยางค์เดียว ๒ คำเรียงกัน เมื่อพูดเร็วๆ เสียงแรกจึงกร่อนลง
มะปราง มาจาก หมากปราง
ตะขาบ มาจาก ตัวขาบ
สะใภ้ มาจาก สาวใภ้
๑.๒ การแทรกเสียง สันนิษฐานว่า เดิมมีคำพยางค์เดียวเรียงกัน ๒ คำ ต่อมาแทรกเสียง “อะ” ตรงกลาง กลมกลืนกับเสียงตัวสะกดของคำหน้า คำที่แทรกมาใหม่กลายเป็นพยางค์หน้าของคำหลัง เช่น
ลูกกระเดือก มาจาก ลูกเดือก
นกกระจอก มาจาก นกจอก
๑.๓ การเติมพยางค์หน้าคำมูล คำเหล่านี้มักมีความหมายใกล้เคียงกัน ทั้งคำที่เติมและคำที่ยังไม่ได้เติม เช่น
ดุกดิก เป็น กระดุกกระดิก
ท้วง เป็น ประท้วง
คำไทยแท้ไม่มีตัวการันต์ทั้งคำในมาตราตัวสะกดและแม่ ก กา
คำไทยแท้ไม่ค่อยใช้พยัญชนะต่อไปนี้ ฆ ณ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ธ ศ ษ ฬ ยกเว้นบางคำ เช่น ฆ่า เฆี่ยน ระฆัง ศอก ศึก ธ เธอ ณ ฯพณฯ ใหญ่ หญ้า ฯลฯ
คำไทยแท้มีการใช้วรรณยุกต์ทั้งที่มีรูปและไม่มีรูป
คำไทยแท้ที่ออกเสียงไอ จะประสมด้วยสระ “ใอ” มีทั้งหมด ๒๐ คำ นอกนั้นประสมด้วยสระ “ไอ” แต่จะไม่ใช้ “อัย” หรือ “ไอย”
ตัวอย่างคำไทยแท้
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา น้อง หลาน ลุง เหลน หัว หู ตา คิ้ว ปาก ฟัน แขน ขา นิ้ว บ้าน ครัว หมอน มุ้ง เสื่อ ฟ้า หม้อ ไห ถ้วย ชาม ไถ คราด จอบ เสียม เบ็ด แห อวน เรือ แพ ดิน น้ำ ลม ไฟ ฟ้า ดาว ป่า เขา นั่น นอน เดิน เห็น ถาม พูด อยู่ ตาย ฉัน ท่าน เธอ แก เขา มัน หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ดี เลว เล็ก ใหญ่ หวาน เปรี้ยว หอม หนัก ฯลฯ
ลักษณะคำไทยที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต มีข้อสังเกตดังนี้
มักเป็นคำหลายพยางค์
ตัวสะกดมักไม่ตรงตามมาตราตัวสะกดอย่างคำไทยแท้
มักมีตัวการันต์
คำที่มีอักษรควบเป็นตัวสะกด เช่น จิตร อัคร ฯลฯ
มีบางคำใช้ตัวสะกดตรงตามมาตราอย่างคำไทยแท้ เช่น มน(ใจ)
คำที่ประสมด้วยอักษร ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ
ลักษณะคำไทยแท้
คำไทยแท้ส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียว มีใช้ครบทั้ง ๗ ชนิด
สำหรับคำไทยที่มีหลายพยางค์อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังนี้
๑.๑ การกร่อนเสียง สันนิษฐานว่า คำ ๒ พยางค์บางคำแต่เดิมมาจากคำพยางค์เดียว ๒ คำเรียงกัน เมื่อพูดเร็วๆ เสียงแรกจึงกร่อนลง
มะปราง มาจาก หมากปราง
ตะขาบ มาจาก ตัวขาบ
สะใภ้ มาจาก สาวใภ้
๑.๒ การแทรกเสียง สันนิษฐานว่า เดิมมีคำพยางค์เดียวเรียงกัน ๒ คำ ต่อมาแทรกเสียง “อะ” ตรงกลาง กลมกลืนกับเสียงตัวสะกดของคำหน้า คำที่แทรกมาใหม่กลายเป็นพยางค์หน้าของคำหลัง เช่น
ลูกกระเดือก มาจาก ลูกเดือก
นกกระจอก มาจาก นกจอก
๑.๓ การเติมพยางค์หน้าคำมูล คำเหล่านี้มักมีความหมายใกล้เคียงกัน ทั้งคำที่เติมและคำที่ยังไม่ได้เติม เช่น
ดุกดิก เป็น กระดุกกระดิก
ท้วง เป็น ประท้วง
คำไทยแท้ไม่มีตัวการันต์ทั้งคำในมาตราตัวสะกดและแม่ ก กา
คำไทยแท้ไม่ค่อยใช้พยัญชนะต่อไปนี้ ฆ ณ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ธ ศ ษ ฬ ยกเว้นบางคำ เช่น ฆ่า เฆี่ยน ระฆัง ศอก ศึก ธ เธอ ณ ฯพณฯ ใหญ่ หญ้า ฯลฯ
คำไทยแท้มีการใช้วรรณยุกต์ทั้งที่มีรูปและไม่มีรูป
คำไทยแท้ที่ออกเสียงไอ จะประสมด้วยสระ “ใอ” มีทั้งหมด ๒๐ คำ นอกนั้นประสมด้วยสระ “ไอ” แต่จะไม่ใช้ “อัย” หรือ “ไอย”
ตัวอย่างคำไทยแท้
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา น้อง หลาน ลุง เหลน หัว หู ตา คิ้ว ปาก ฟัน แขน ขา นิ้ว บ้าน ครัว หมอน มุ้ง เสื่อ ฟ้า หม้อ ไห ถ้วย ชาม ไถ คราด จอบ เสียม เบ็ด แห อวน เรือ แพ ดิน น้ำ ลม ไฟ ฟ้า ดาว ป่า เขา นั่น นอน เดิน เห็น ถาม พูด อยู่ ตาย ฉัน ท่าน เธอ แก เขา มัน หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ดี เลว เล็ก ใหญ่ หวาน เปรี้ยว หอม หนัก ฯลฯ
ลักษณะคำไทยที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต มีข้อสังเกตดังนี้
มักเป็นคำหลายพยางค์
ตัวสะกดมักไม่ตรงตามมาตราตัวสะกดอย่างคำไทยแท้
มักมีตัวการันต์
คำที่มีอักษรควบเป็นตัวสะกด เช่น จิตร อัคร ฯลฯ
มีบางคำใช้ตัวสะกดตรงตามมาตราอย่างคำไทยแท้ เช่น มน(ใจ)
คำที่ประสมด้วยอักษร ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ
